“เครื่องทองเหลือง” OTOPบ้านปะอาว

บ้านปะอาว อยู่ทางทิศตะวันตกห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีราว ๒๓ กิโลเมตร เครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นจากทองเหลือง ซึ่งเป็นวัสดุผสมระหว่างทองแดงกับสังกะสี โดยทั่วไปใช้สัดส่วนผสมทองแดงกับสังกะสี ๗๐: ๓๐ ผลิตเป็นเครื่องใช้ประเภท ขิก ลูกกระพรวนเชี่ยนหมาก ตะบันหมาก ผอบ เต้าปูน เครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว มีลักษณะสมมาตร เท่ากันทุกด้าน เพราะใช้วิธีการปั้นหุ่นแม่พิมพ์ พันเส้นขี้ผึ้ง หุ้มพิมพ์ เผาไล่ขี้ผึ้ง (เรียก lost Wax) ในการหลอมโลหะ เพื่อเททองเหลืองหลอมละลายแทนที่ แล้วกลึงชิ้นงานที่ได้ให้สวย เงางาม ซึ่งพบหลักฐานทางโบราณคดี ที่บ้านเชียง แสดงถึงเทคโนโลยีหล่อเครื่องทองเหลืองที่ยาวนานมากว่า ๒,๐๐๐ ปี และมีการผลิตกันที่บ้านปะอาวสืบต่อมายาวนานราว ๒๐๐ ปี

การผลิตเครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว เริ่มจากการทำแม่พิมพ์ชั้นในเป็นหุ่นต้นแบบ เรียก แกนทราย เพื่อเป็นหุ่นต้นแบบตามรูปแบบที่ต้องการด้วยดินละเอียด ซึ่งได้จากดินจอมปลวกผสมกับมูลวัว แล้วใช้ไม้ มอนน้อย (ซึ่งเป็นไม้ยาวประมาณ ๑๓ ซ.ม. ปลายเรียว ปล่องตอนกลาง ทำจากไม้เนื้อแข็ง) จุ่มน้ำเสียบตรงกลางของหุ่นต้นแบบให้ทะลุผึ่งทิ้งไว้ให้ดินหมาด จึงถอดไม้มอนน้อยออก แล้ววางหุ่นต้นแบบผึ่งแดดให้แห้งสนิท จึงนำมากลึงผิวด้วยแท่นกลึงให้ผิวเรียบสม่ำเสมอเรียก การเสี่ยนพิมพ์ แล้วใช้เส้นขี้ผึ้งซึ่งได้จากการผสม ขี้ผึ้ง ขี้ซี และขี้สูด สัดส่วน ๑๐ : ๓ : ๓ ต้มหลอมให้เป็นเนื้อเดียวกัน ปล่อยให้เย็นตัว ขี้ผึ้งผสมจะลอยตัวขึ้นมาบนน้ำมีความหนืดเหนียวพอจะปั้นเป็นเส้นยาวใส่กระบอกรีดขี้ผึ้ง (บั้งเดียก) ซึ่งทำจากกระบอกไม้ไผ่ที่ทิ้งกิ่งตรงข้อไว้สำหรับจับเวลารีดขี้ผึ้ง ใส่ท่อเหล็กหรือท่อทองเหลืองไว้ในกระบอกให้พอดีกัน ใช้ไม้จากกิ่งลำดวนมีด้ามจับด้วยไม้ไผ่ขนาดพอดีกับท่อทองเหลืองเป็นตัวดันขี้ผึ้งที่ใส่ไว้ในกระบอก รีดให้ขี้ผึ้งออกมาเป็นเส้นยาวตามขนาดที่ต้องการ รองเส้นขี้ผึ้งด้วยกระด้ง รีดเส้นวนไปรอบๆ พร้อมกับพ่นน้ำฝอยใส่เส้นขี้ผึ้งเพื่อไม่ให้จับตัวติดกัน นำเส้นขี้ผึ้งที่ได้มาพันขี้ผึ้งรอบแม่พิมพ์ชั้นในที่กลึงเรียบร้อยแล้วจากศูนย์กลางด้านก้นต่อเนื่องจนถึงด้านบน (ขนาดเส้นขี้ผึ้งจะเท่ากับขนาดความหนาของวัสดุที่จะหล่อ) นำไปลนไฟให้ขี้ผึ้งอ่อนตัวกดให้ผิวเส้นขี้ผึ้งเรียบ แล้วเรียงใส่แกนแท่นกลึง (มอนน้อย) เพื่อกลึง (เสี่ยน) ขี้ผึ้งที่พันไว้ให้เรียบเนียน (ลูกกระพรวนไม่ต้องกลึง) หากต้องการลวดลายก็จะใช้แท่นกดพิมพ์ลาย หรือลูกกลิ้งพิมพ์ลายที่ต้องการโดยรอบบนพิมพ์ขี้ผึ้งที่กลึงเรียบร้อยแล้ว เช่น ลายลูกหวาย ลายกลีบดอกบัว ลายขาตะขาบ ลายเครือเถา ลายนิ้วมือ เป็นต้น ถอดแม่พิมพ์ออกจากไม้มอนน้อย อุดช่องด้วยดินละเอียดให้แน่น (เหลือช่องไว้สำหรับอุดขี้ผึ้งประมาณ ๒-๕ ซม.) แล้ววางผึ่งลมไว้ ติดสายชนวนด้วยเส้นขี้ผึ้ง (เชื่อมระหว่างแม่พิมพ์ชั้นในและภายนอก) แล้วหุ้มแม่พิมพ์ขี้ผึ้งด้วยดินละเอียด (ใช้มูลวัวผสมน้ำ ทารอบผิวขี้ผึ้งก่อนหุ้มด้วยดินละเอียด เพื่อให้ลวดลายละเอียดชัดเจน) หุ้มดินละเอียดรอบพิมพ์ขี้ผึ้งโดยโอบพิมพ์รอบให้หนาประมาณ ๑ ซ.ม. เสียบไว้กับม้าเสียบพิมพ์รอให้แห้งในที่ร่มราว ๑-๒ วัน (สำหรับแม่พิมพ์ขนาดเล็ก เช่น ลูกกระพรวนจะใช้เส้นขี้ผึ้งติดพิมพ์หลายๆอันมารวมไว้เป็นเส้นเดียว เรียก การติดแซง (ติดพวง แล้วจึงหุ้มดินละเอียดชั้นนอก) จากนั้นหุ้มพิมพ์ชั้นนอก ด้วยดินหยาบอีกชั้น เรียกการโอบเบ้า และทำปากจอก เป็นรูปกรวยก้นกะทะ สำหรับเททองเหลืองละลาย ทำฐานพิมพ์ให้แบนราบเพื่อให้ตั้งวางได้ แล้วเรียงแม่พิมพ์ที่เสร็จแล้วในเตาสุมโดยวางคว่ำไว้เพื่อให้ขี้ผึ้งหลอมละลายออกจากพิมพ์ภายในจนหมด (lost wax) เผาพิมพ์ต่อไปจนสุกแดง ในขณะเดียวกันกับการหลอมทองเหลืองในเบ้าหลอมจนร้อนแดง “เบ้าหลอมกำลังสุก” นำไม้ก้านมะพร้าวหนีบพิมพ์ที่กำลังร้อนออกมาวางเรียงไว้ แล้วเทน้ำทองเหลืองลงในพิมพ์ทันทีรอจนพิมพ์เย็นลง จึงกะเทาะพิมพ์ดินออกให้หมด นำเครื่องทองเหลืองที่ได้ไปตกแต่ง ขัดผิว ด้วยการกลึง และขัดให้เงางาม ลวดลายชัดเจนด้วยเครื่องเจียร (โบราณใช้ใบสับปะรดขัดแต่ง)

บ้านปะอาว ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่บ้านอนุรักษ์ภูมิปัญญาช่างฝีมือพื้นบ้าน โดยพ่อใหญ่ทอง ล้อมวงศ์ เป็นผู้นำ และเมื่อพ่อใหญ่ทอง ล้อมวงศ์ เสียชีวิตในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ นายบุญมี ล้อมวงศ์ ผู้เป็นบุตรได้รับหน้าที่สืบต่อและได้เป็นประธานกลุ่มอนุรักษ์หัตถกรรมหล่อทองเหลือง โดยช่างฝีมือในหมู่บ้านได้เข้ามาร่วมกันผลิตเครื่องทองเหลืองกันที่ศูนย์อนุรักษ์ ซึ่งยังคงสร้างช่างฝีมือรุ่นใหม่อยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านปะอาวยังคงรักษาภูมิปัญญาช่างฝีมือการหล่อทองเหลืองด้วยวิธี lost Wax ทำให้ชุมชนมีความรักความผูกพัน และความภาคภูมิใจในท้องถิ่นเสมอมา

เครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว


Cr : http://ich.culture.go.th/index.php/th/ich/traditional-craftsmanship/241-craft/449–m-s

ร้านของฝาก ณ อุบล
เปิดบริการทุกวัน 07.00 – 21.00 น.

ใส่ความเห็น